Made in argerntina

   จากศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ทีมชาติอาร์เจนติน่าต้องเจอกับความล้มเหลวด้วยการตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากพ่ายให้กับทีมชาติฝรั่งเศส 3-4 ทั้งๆ ที่ 4 ปีที่แล้วพวกเขาเป็นถึงรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ด้วยการแพ้ช่วงต่อเวลาให้กับทีมชาติเยอรมัน 0-1 แต่ภายในเวลา 4 ปีมานี้ทีมชาติกลับไม่มีนักเตะหน้าใหม่ที่ก้าวขึ้นมาเป็นซุเปอร์สตาร์ระดับโลกเลย ทำให้พวกเขาต้องใช้นักเตะตัวหลักจากเมื่อ 4 ปีก่อนเป็นหลัก และนักเตะส่วนใหญ่ก็อายุมากขึ้นแล้วด้วย ทำให้คุณภาพของนักเตะในทีมนั้นด้อยกว่าเดิมด้วย

แฟนบอลส่วนใหญ่จะไปโทษฮอร์เก้ ซามเปาลี กุนซือลายพรางของทีมชาติอาร์เจนติน่าว่าเรียกตัว 23 ขุนพลในการทำศึกฟุตบอลโลกหนนี้ได้ไม่ดี และการจัดทีมลงสนามในแต่ละนัดก็ช่างขัดตาแฟนบอล และนักวิจารย์มาตลอด รวมถึงการเปลี่ยนตัวที่เปลี่ยนแทบจะเหมือนเดิมทั้งทัวร์นาเม้นต์ และชื่อของนักเตะโนเนมอย่างคริสเตียน ปาวอน และมักซิมิเลียโน่ เมซ่า ทำไมถึงติดทีมชุดนี้มาด้วย และได้รับโอกาสลงสนามทุกนัด นี่เป็นสิ่งที่นักวิเคราะห์ และแฟนบอลต่างสงสัย แต่หากหันไปดูรายชื่อ 23 ผู้เล่นที่ติดทีมมาทำศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายนี้ หรือนักเตะชาวอาร์เจนไตน์ที่ไม่ได้ถูกเรียกติดตัวมา ก็อาจจะพอเข้าใจได้ว่านี่อาจจะเป็น 23 นักเตะที่ดีที่สุดของอาร์เจนติน่าในยุคนี้แล้วก็เป็นได้ เพราะหากคิดรายชื่อดาวดังที่พอจะนึกออกว่าเป็นนักเตะอาร์เจนติน่า แล้วไม่ได้ถูกเรียกติดทีมชุดนี้มาก็น่าจะมีแค่เมาโร อิการ์ดี้ กองหน้าจากอินเตอร์ มิลานรายเดียวเท่านั้นก็ได้ ทำให้เราไม่คุ้นชื่อนักเตะบางคนในทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดนี้

ลองคิดดูว่าขนาดผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดนี้คือบิลลี่ กาบาเญโร่ นายประตูสำรองของเชลซี หรือไม่ก่อนหน้านี้ประตูมือ 1 ของอาร์เจนติน่าคือเซร์คิโอ โรเมโร่ ซึ่งก็เป็นประตูมือ 2 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเช่นกัน และนี่ก็แสดงให้เห็นว่านักเตะในเจเนเรชั่นนี้ของอาร์เจนติน่ามันหมดยุคไปหมดแล้ว และนักเตะดาวรุ่งยุคใหม่ยังก้าวขึ้นมาไม่ทัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อสำหรับอาร์เจนติน่า ที่มักจะมีนักเตะระดับโลกเสมอ หรือดาวรุ่งที่ถูกจับตามองว่าจะโดดเด่นในอนาคต ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครโผล่ขึ้นมาซักคน

King of LA

            หากพูดถึงคำว่า King of LA แฟนบาสเก็ตบอลคงจะพูดถึงเลบรอน เจมส์ ซุเปอร์สตาร์นักบาสเก็ตบอลที่พึ่งย้ายทีมไปเล่นให้กบลอสแองเจลิส เลเกอร์สในช่วงปิดฤดูกาลของบาสเก็ตบอลนี้ แต่หากพูดถึง King ในเกมฟุตบอลหรือที่คนอเมริกันเรียกว่าซ็อคเกอร์นั้นคงต้องพูดถึงซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าระดับเทพเจ้าที่ได้ย้ายไปค้าแข้งให้กับลอสแองเจลิส กาแล็กซี่ ทีมในเมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปล่อยตัวออกจากทีมให้ซลาตันได้ย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัว และนัดแรกในการเปิดตัวซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็เหมือนกับการเขียนบทหนังให้พระเจ้าออกโรงอย่างไงอย่างงั้น เมื่อเขาถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในฐานะตัวสำรองในนาทีที่ 71 ซึ่งตอนนั้นพวกเขาตามหลังลอสแองเจลิส เอฟซี 1-3 ซึ่งเป็นศึกเอล ทราฟิโก้ ดาร์บี้แมตช์ของเมืองแอลเอด้วย แต่เมื่อซ ลาตันลงสนามได้เพียง 6 นาทีเท่านั้น เขาก็วอลเล่ย์จากระยะ 45 หลาเป็นประตูไล่ตามมา 2-3 และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บกองหน้าวัย 36 ปีก็มาโขกประตูชัยให้ทีมพลิกจากตามหลังกลับมาเอาชนะได้ 4-3 ซึ่งกลายเป็นที่กล่าวขานกันทั่ววงการกีฬาอเมริกันในเวลานั้นเลยทีเดียว

หลังจากนั้นมาอดีตกองหน้าทีมชาติสวีเดนก็ยังสามารถทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้ผลงานของแอลเอ กาแล็กซี่ดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งตอนนี้พวกเขารั้งพื้นที่เพลย์ออฟในอันดับที่ 6 ซึ่งเป็นพื้นที่เพลย์ออฟอันดับสุดท้ายของแต่ละสาย ซึ่งลอสแองเจลิส กาแล็กซี่อยู่ทางสายตะวันตก โดยพวกเขายังตามหลังเอฟซี ดัลลัส ที่เป็นอันดับที่ 1 ของสายอยู่ถึง 10 คะแนนเลยทีเดียว และในส่วนของอันดับดาวซัลโว คิงซลาตันยังอยู่อันดับที่ 3 โดยทำได้ 11 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ ซึ่งยังเป็นรองแบรดลี่ย์ ไรท์ ฟิลิปส์ กองหน้าชาวอังกฤษของนิวยอร์ค เรดบูลส์ ที่ทำ 12 ประตู และโจเซ็ป มาร์ติเนซ กองหน้าชาวเวเนซุเอล่าของแอตแลนต้า ยูไนเต็ด ที่ทำไปแล้วถึง 19 ประตูเลยทีเดียว

เทรนนักฟุตบอลระดับซุเปอร์สตาร์ที่อายุเริ่มมากขึ้นตอนนี้มักเริ่มจะย้ายไปค้าแข้งในแถบเอเชียกับลีกประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน หรือไม่ก็เป็นแถบตะวันออกกลาง แต่ก็มีซลาตัน อิบราฮิโมวิชนี่แหละที่สวนกระแสย้ายมาค้าแข้งในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ซึ่งไม่ค่อยมีดาวดังย้ายมาเล่นที่นี่นานแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ เวย์น รูนี่ย์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษก็พึ่งย้ายมาเล่นกับดีซี ยูไนเต็ดอีกรายแล้วด้วย

เจ ลีกกำลังระบาด

    หากให้พูดถึงลีกฟุตบอลในทวีปเอเชียที่ดีที่สุดในตอนนี้ แฟนบอลคงพูดถึงเจ ลีกของประเทศญี่ปุ่นกันอย่างแน่นอน ทั้งในด้านของคุณภาพ และปริมาณนักเตะต่างชาติที่เริ่มเข้าไปค้าแข้งในแดนซามูไรมากขึ้นทุกที ส่วนนักเตะญี่ปุ่นก็เตรียมส่งออกไปค้าแข้งในทวีปยุโรปแทน โดยแฟนบอลชาวไทยคงเริ่มให้ความสนใจกับลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นมาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อเริ่มมีนักเตะไทยไปค้าแข้งในดินแดนปลาดิบมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว โดยเริ่มต้นจากชนาธิป สงกระสินต์ เพลย์เมคเกอร์ร่างเล็ก ที่ไปเล่นให้กับคอนซาโดเร่ ซัปโปโร ในเลก 2 ของฤดูกาลที่แล้ว และสามารถโชว์ผลงานได้อย่างดีเยี่ยม และสร้างกระแสให้วงการฟุตบอลญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นทำให้นักเตะไทยเริ่มเป็นที่สนใจจากทีมในญี่ปุ่นมากขึ้น ทำให้ธีรศิลย์ แดงดา และธีราธร บุญมาทันต์ มีโอกาสตามไปค้าแข้งในเจ ลีกด้วยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา กับซานเฟรเซ่ ฮิโรชิม่า และวิตเซิ่ล โกเบ โดยธีราธรจะได้ไปเล่นกับลูคัสซ์ โพดอลสกี้ กองหน้าที่เคยเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติเยอรมันมาแล้วเมื่อปี 2014 ทำให้แฟนบอลชาวไทยสนใจเจ ลีกมากขึ้นเป็นเท่าตัว และยังมีการถ่ายทอดสดกลับมาให้รับชมกันอีกด้วย

และในช่วงปิดพักเบรคหลังจบเลกแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ตรงกับศึกฟุตบอลโลกพอดี ก็ได้มี 2 ซุเปอร์สตาร์ระดับโลก ย้ายไปค้าแข้งในดินแดนแห่งดอกซากุระเพิ่มอีก คืออันเดรส อิเนสต้า เพลย์เมคเกอร์ระดับตำแหน่งของทีมชาติสเปนและสโมสรบาร์เซโลน่า ซึ่งตัดสินใจไม่เล่นกับบาร์เซโลน่าต่อ ทั้งๆ ที่เขาได้สัญญาอยู่โยงในถิ่นคัมป์ นูแบบตลอดอาชีพค้าแข้งก็ตาม โดยย้ายไปร่วมทีมวิตเซิ่ล โกเบ ที่มีโพดอลสกี้ กับธีราธรรออยู่ และจะได้ร่วมเล่นด้วยกันในช่วงเลกสองนี้ และอีกรายหนึ่งที่ตามอิเนสต้าไปติดๆ ก็คือเฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าอดีตทีมชาติสเปนของแอตเลติโก มาดริด ที่ตัดสินใจไปโกยเงินเยนเข้ากระเป๋าแทน โดยจะไปอยู่กับทีมซากัน โทสุ ทีมเล็กๆ ในเจ ลีก ที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ เนื่องจากตอนนี้พวกเขาอยู่อันดับที่ 17 ของตารางการแข่งขัน และมีคะแนนห่างจากโซนปลอดภัยถึง 4 คะแนน

ต่อจากนี้ไปน่าจะมีบรรดานักเตะดาวดังทยอยย้ายมาค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น แทนที่จะไปค้าแข้งแถบตะวันออกกลาง หรือในประเทศจีน สืบเนื่องจากการย้ายมาของอันเดรส อิเนสต้า ที่จะทำให้ดาวดังที่เริ่มมีอายุมากขึ้น หันมาสนใจเจ ลีกมากขึ้น

นักเตะแดนโสมเริ่มขายไม่ออก

    เกาหลีใต้ ถือเป็นประเทศที่เคยมีนักเตะส่งออกไปค้าแข้งต่างแดนมากที่สุดชาติหนึ่งในเอเชีย ซึ่งพวกเขาเคยมีพัค จีซอง กองกลางจอมขยันที่ไปค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศชาติ และยังถือว่าเป็นนักเตะเอเชียที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์จนถึง ณ เวลานี้อีกด้วย ซึ่งทำให้ช่วงนั้นนักเตะจากเกาหลีใต้ได้รับโอกาสได้ไปค้าแข้งในแถบยุโรปมากมาย ซึ่งหากจะวัดให้เห็นชัดๆ ก็คือเมื่อฟุตบอลโลกปี 2014 ที่ประเทศบราซิล นักเตะ 23 คนสุดท้ายของทีมชาติเกาหลีใต้มีผู้เล่นที่ค้าแข้งอยู่ในยุโรปถึง 10 คน โดยมีผู้เล่นจากเค ลีกในประเทศตัวเองเพียง 6 คนเท่านั้น แต่พอมาในศึกฟุตบอลโลก 2018 คราวนี้ กลับมีนักเตะที่ค้าแข้งในยุโรปเหลือเพียง 4 คนเท่านั้น แต่กลับมีผู้เล่นจากเค ลีกถึง 12 คน ซึ่งทำให้เห็นว่านักเตะจากเกาหลีใต้เริ่มไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับในเวทียุโรปเสียแล้ว แต่ยังพอขายได้กับลีกประเทศใกล้เคียงอย่างญี่ปุ่น และจีน แต่หากเทียบกับคู่แข่งอย่างทีมชาติญี่ปุ่นแล้วถือว่าสลับขั้วกันทีเดียว เนื่องจากตอนนี้นักเตะทีมชาติญี่ปุ่นไปค้าแข้งในทวีปยุโรปมากขึ้นจากแต่ก่อนมาก โดยเฉพาะชุดทีมชาติที่ทำศึกฟุตบอลโลกล่าสุด มีถึง 17 คนทีเดียวที่ค้าแข้งอยู่ในต่างแดน และถือเป็นลีกชั้นนำแทบทั้งสิ้น แต่สำหรับเกาหลีใต้นั้นตอนนี้มีเพียงซอน ฮองมิน กองหน้าจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เท่านั้น ที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้

อันที่จริงอาจจะมองได้อีกมุมหนึ่งก็ได้ โดยอาจจะมองว่าลีกฟุตบอลในประเทศเกาหลีใต้อย่างเค ลีก มีความแข็งแกร่งขึ้น ทำให้ไม่ต้องส่งนักเตะออกไปค้าแข้งในยุโรป แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นเลย เนื่องจากเค ลีกของเกาหลีใต้ ถือว่าเป็นลีกที่ด้อยที่สุดในบรรดามหาอำนาจลูกหนังในเอเชียเลยก็ว่าได้ โดยเป็นรองทั้งเจ ลีกของญี่ปุ่น เอ ลีกของออสเตรเลีย รวมถึงไชนีส ซุเปอร์ ลีกของประเทศจีนด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย หรือเอเชี่ยน คัพ ครั้งที่แล้วเมื่อปี 2015 ทีมชาติเกาหลีใต้จะผ่านเข้าชิงชนะเลิศก็ตาม แต่ก็ไปพ่ายให้กับทีมชาติออสเตรเลีย ทำให้เป็นเพียงแค่รองแชมป์เท่านั้น แต่ในศึกเอเชี่ยน คัพ ในปี 2019 ที่ประเทศสหรัฐ อาหรับ เอมิเรตเป็นเจ้าภาพนั้น พวกเขาดูเป็นรองทั้งทีมชาติญี่ปุ่น และทีมชาติออสเตรเลียอย่างเห็นได้ชัด หากวัดกันด้านชื่อชั้นของนักเตะ ถึงแม้พวกเขาจะเอาชนะทีมชาติเยอรมันได้ในนัดสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกรอบแบ่งกลุ่มก็ตาม

ความสำเร็จของทีมชาติญี่ปุ่น

  การสร้างปรากฏการณ์ของทีมชาติญี่ปุ่นในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ทำให้วงการฟุตบอลเอเชียได้รับการเชิดหน้าชูตา และได้รับการยอมรับจากแฟนฟุตบอลทั่วโลก หลังจากที่ทีมจากแดนอาทิศอุไท โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ถึงแม้จะตกรอบด้วยน้ำมือของทีมชาติเบลเยี่ยมก็ตาม แต่การพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติเบลเยี่ยม 2-3 ในนัดนั้น กลับได้รับคำชมจากแฟนบอลทั่วโลกอย่างล้นหลาม ด้วยการเล่นที่กล้าได้กล้าเสีย และไม่เกรงกลัวทีมที่มีดาวดังอย่างทีมชาติเบลเยี่ยมแม้แต่น้อย ซึ่งแตกต่างจากทีมเอเชียที่ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกคราวนี้อย่างสิ้นเชิง

ทั้งทีมชาติซาอุดิอาราเบีย ทีมชาติเกาหลีใต้ ต่างก็เล่นด้วยความรัดกุมเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังสามารถกู้หน้าได้ในนัดสุดท้าย ด้วยการเอาชนะคู่แข่งปิดฉากทัวร์นาเม้นต์ได้อย่างสวยหรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมชาติเกาหลีใต้ที่ไว้ลายเอาชนะแชมป์เก่าอย่างทีมชาติเยอรมันได้ 2-0 ซึ่งถือเป็นผลการแข่งขันที่ช็อคโลกที่สุดนัดหนึ่งของฟุตบอลโลกหนนี้เลยทีเดียว ส่วนทีมชาติออสเตรเลียนั้นถือเป็นทีมที่น่าผิดหวังที่สุดจากฝั่งเอเชีย ด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นรัดกุมตลอดทัวร์นาเม้นต์ และไม่สามารถทำประตูจากโอเพ่น เพลย์ได้เลย โดยพวกเขาได้ 2 ประตูจากจุดโทษของไมล์ เยดรินัคเท่านั้น ซึ่งแฟนบอลบางรายถึงกับแซวว่าไม่น่าย้ายมาแย่งโควต้าเอเชียเลยด้วยซ้ำ

การพัฒนาของทีมชาติญี่ปุ่น ทำให้แฟนบอลทั่วโลกจะหันมาให้ความสนใจกับฟุตบอลเอเชียมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของฟุตบอลลีกที่เจ ลีก ของญี่ปุ่น เริ่มมีดาวดังย้ายมาค้าแข้งมากขึ้นเรื่อยๆ โดยตอนนี้มีทั้งลูคัสซ์ โพดอลสกี้ กับอันเดรส อิเนสต้า ที่อยู่กับวิทเซล โกเบ และล่าสุดเฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตยอดกองหน้าของลิเวอร์พูล และทีมชาติสเปน ก็ได้ไปเปิดตัวกับซากัน โทสุเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ทำให้สื่อต่างๆ หันมาให้ความสนใจกับฟุตบอลเอเชียมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ไชนีส ซุเปอร์ ลีก ของประเทศจีนก็ทุ่มเงินคว้าดาวเตะจากยุโรปมาค้าแข้งที่แดนมังกรมาหลายรายแล้ว ทำให้ความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นไปอีก ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบมาสู่ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย หรือศึกเอเชี่ยน คัพ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2019 ด้วย ที่น่าจะมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ว่าทีมชาติต่างๆ จะมีพัฒนาการไปมากน้อยแค่ไหน และทีมชาติญี่ปุ่นจะมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นจนไปเทียบชั้นกับทีมชาติชั้นนำในทวีปอื่นๆ ได้หรือยัง ศึกเอเชี่ยน คัพ ที่สหรัฐ อาหรับ เอมิเรต จะเป็นเจ้าภาพในปีหน้าคงจะมีคำตอบ