เอเชี่ยนส์ เกมส์

    ผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลชายศึกเอเชี่ยนส์ เกมส์ ที่ถือว่าเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของทวีปเอเชียเลยทีเดียว ซึ่งเป็นการจัดการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย โดยกีฬาที่เป็นไฮไลท์ของการแข่งขันก็คงจะหนีไม่พ้นฟุตบอลอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะจำกัดอายุผู้เล่นที่ให้ส่งชุดยู 23 ของแต่ละชาติเข้าร่วม เหมือนกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกก็ตาม โดยจะอนุญาตให้แต่ละประเทศส่งนักเตะที่อายุเกิน 23 ปีได้ทีมละ 3 คนเท่านั้น โดยผลที่จับออกมาปรากาฏว่าทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มบี โดยมีอุซเบกิสถาน บังกลาเทศ และกาต้าร์เป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม ซึ่งก็ถือว่าพอจะมีโอกาสเข้ารอบอยู่บ้าง ส่วนกลุ่มที่น่าสนใจก็มีกลุ่มเอฟที่ซาอุดิอาราเบียต้องไปอยู่กลุ่มเดียวกันกับทีมชาติอิหร่าน รวมถึงทีมชาติเกาหลีเหนือด้วย และมีเมียนมาร์ไปเป็นไม้ประดับของกลุ่มนี้ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะเอาอันดับ 1 และอันดับ 2 เข้ารอบ และอันดับ 3ที่ดีที่สุดอีกถึง 4 ทีมเพื่อผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งหากไม่ย่ำแย่จนเกินไป ทีมชาติไทยน่าจะได้เป็นอันดับ 3 ของกลุ่มเป็นอย่างน้อย ส่วนทีมชั้นนำอย่างทีมชาติญี่ปุ่นถูกจับไปวางในกลุ่มดี โดยมีทีมชาติเวียตนาม ทีมชาติปากีสถาน และทีมชาติเนปาลเป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม และกลุ่มอีที่เกาหลีใต้อยู่นั้นประกอบไปด้วยคีกิซสถาน มาเลเซีย และทีมชาติบาห์เรน

การแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยนส์ เกมส์ครั้งนี้จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางเดือนสิงหาคม และจะไปจบกันในช่วงวันที่ 1 กันยายน ที่ประเทศอินโดนีเชียจะเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน ไฮไลท์สำคัญสำหรับฟุตบอลรายการนี้คือทีมชาติเกาหลีใต้จะส่งซอน ฮงมิน กองหน้าตัวเก่งจากทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ติดทีมมาด้วย ซึ่งได้ประกาศอย่างเป็นทางการเรียบร้อย เพื่อที่กองหน้าวัย 26 ปีที่ต้องการจะช่วยชาติคว้าเหรียญทองให้สำเร็จ และโอกาสในการพิจารณาให้ผ่อนผันไม่ต้องทำการเกณฑ์ทหารรับใช้ชาติ ซึ่งจะทำให้เขาต้องเสียเวลาไปถึง 2 ปีเลยทีเดียวหากเขาไม่สามารถทำให้ทีมชาติเกาหลีใต้ชุดนี้คว้าเหรียญทองให้ได้ โดยเกาหลีใต้นอกจากจะใช้ซอน ฮองมินเป็นโควต้าอายุเกิน 23 ปีแล้ว นอกนั้นก็มีชอน ฮยอนอู ผู้รักษาประตูจอมหนึบจากศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา และฮวัง อุยโจ กองหน้าจากทีมกัมบะ โอซาก้าอีกคนด้วย ซึ่งทำให้โอกาสได้แชมป์ของพวกเขานั้นสูงมาก เนื่องจากทีมชาติญี่ปุ่นนั้นใช้ชุดเยาวชนทั้งชุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุดอายุไม่เกิน 21 ปีด้วย รวมถึงไม่มีกระดูกชิ้นโตอย่างทีมชาติออสเตรเลียด้วย ที่ไม่ได้ร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนส์ เกมส์อยู่แล้ว

Published by