บราซิลในอีก 4 ปีข้างหน้า

    ทีมชาติบราซิลในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา ที่พวกเขาตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายนั้นถือว่าก็น่าผิดหวังสำหรับทีมระดับเต็งแชมป์อย่างทีมชาติบราซิล แต่หากมองไปในรายละเอียดแล้ว พวกเขาก็ทำได้ดีมาตลอดทัวร์นาเม้นต์ แต่ดันมาพลาดในวันนั้นแค่ช่วงครึ่งแรกเท่านั้น ที่ถูกทีมชาติเบลเยี่ยมออกนำไป 2-0 ทำให้เริ่มครึ่งหลังมาพวกเขาต้องลำบากไล่ตาม และด้วยความเหนียวขงธิบอต์ กูร์ตัวส์ นายทวารของทีมชาติเบลเยี่ยมในวันนั้นด้วยที่ทำให้พวกเขาต้องตกรอบในท้ายที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาทำได้ดีกว่าทีมชาติอาร์เจนติน่า หรือแม้กระทั่งทีมชาติเยอรมัน คือพวกเขามีทรงเกมที่ดีมาตลอดทุกนัด ไม่ได้เป็นทีมชาติบราซิลประเภทที่บุกเป็นอย่างเดียว แล้วถอยหลังหกล้ม เหมือนอย่างยุคก่อนๆ คือการทำทีมของติเต้ กุนซือทีมชาติบราซิลคนปัจจุบันคือเน้นการมีเกมรับที่แข็งแกร่ง เหนียวแน่น และเสียประตูยาก ซึ่งการเสีย 2 ประตูให้ทีมชาติเบลเยี่ยมครั้งนั้น คือการเสีย 2 ประตูครั้งแรกของทีมชาติบราซิล หลังจากที่ติเต้เข้ามาเป็นกุนซือเมื่อปี 2016 ด้วย

ตัวผู้เล่นของทีมชาติบราซิลชุดนี้ยังระดมไปด้วยนักเตะแนวรุกระดับชั้นนำของโลกเหมือนในทุกยุคที่ผ่านมา โดยมีเนย์มาร์ กองหน้าค่าตัวแพงที่สุดในโลกจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงเป็นตัวชูโรง และมีฟิลิเป้ คูตินโญ่ ดาวเตะจากบาร์เซโลน่าเป็นเพลย์เมคเกอร์ของทีมชุดนี้ ซึ่งนักเตะในแนวรุกนั้นเป็นพวกดาวรุ่ง หรือเป็นพวกที่อยู่ในช่วงพีคของการค้าแข้ง คือประมาณ 26 ปีอย่างเนย์มาร์ และคูตินโญ่ รวมถึงฟิร์มิโน่ด้วย แต่ในส่วนของแนวรับ กุนซือวัย 57 ปีจะเลือกนักเตะมากประสบการณ์เป็นตัวยืน ทั้งติอาโก้ ซิลวา เจา มิรานด้า มาร์เซโล่ ที่เข้าหลักสามย่านกันหมดแล้ว ส่วนฟากเนอร์ก็ปาเข้าไป 29 ปีแล้ว ทำให้แนวรับพวกเขาค่อนข้างนิ่ง และไม่ค่อยมีปัญหาในเวลาโดนคู่แข่งบุกกดดัน

ในศึกฟุตบอลโกปา อเมริกาในปีหน้าที่ประเทศบราซิลจะได้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งพวกเขาจะได้เป็นเต็ง 1 อย่างแน่นอน และมีโอกาสคว้าแชมป์สูงมาก หลังจากพวกเขาได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งสุดท้ายในปี 2007 และพวกเขาไม่ได้เข้าชิงชนะเลิศใน 3 ครั้งหลังสุดด้วย ส่วนในศึกฟุตบอลโลกอีก 4 ปีข้างหน้าติเต้ที่พึ่งต่อสัญญาจะได้คุมทีมไปจนถึงหลังจบบอลโลกหนนั้น ซึ่งพวกดาวดังในตอนนี้อย่างเนย์มาร์จะอายุ 30 ปีพอดี และน่าจะมีความคิดที่จะทำเพื่อทีมมากขึ้นก็มีโอกาสที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จก็ได้

Published by