นักเตะที่เก่งสุดของเอเชีย

    นักฟุตบอลจากทวีปเอเชียเริ่มมามีการส่งออกมาค้าแข้งในทวีปยุโรปกันมาๆ ก็เมื่อหลังจากจบฟุตบอลโลก 2002 ที่ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งทัวร์นาเม้นต์นั้นมีนักเตะเอเชียจากประเทศเจ้าภาพทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ถึงแม้ว่าจะมีข้อครหาในการตัดสินของผู้ตัดสินอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าทีมชาติเกาหลีใต้ชุดนั้นมีนักเตะคนหนึ่งที่เล่นได้อย่างโดดเด่นมาก นั่นคือพาร์ค จีซอง กองกลางตัวกลั่นที่หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกแล้วเขาก็ได้ย้ายตามกุส ฮิดดิ้งไปค้าแข้งในฮอลแลนด์กับพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ทีมดังของแดนกังหันลม และอยู่ค้าแข้งที่นั่นถึง 3 ปี ก่อนจะมีแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันสนใจและดึงตัวมาค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวเพียง 4 ล้านปอนด์เท่านั้น โดยถือเป็นนักเตะคนที่ 2 ในแถบเอเชียตะวันออกที่ได้เซ็นต์สัญญากับทีม ซึ่งคนแรกเป็นตง ฟางโจว กองหน้าชาวจีนที่สุดท้ายก็ไปไม่รอด แต่พาร์ค จีซองถือว่าทำผลงานได้แตกต่างตันโดยสิ้นเชิง เมื่อเขากลายเป็นกำลังเสริม และกำลังสำคัญของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 4 สมัยรวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 1 สมัยด้วย ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะเอเชียที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดอย่างแน่นอนในเวลานี้ และมีการถูกยกย่องว่าเป็นนักเตะเอเชียที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาด้วย

ถึงแม้ว่าจะมีนักเตะจากเอเชียหลายคนที่ได้ย้ายมาค้าแข้งในยุโรป ทั้งนักเตะทีมชาติเกาหลีใต้ ทีมชาติญี่ปุ่น หรือแม้แต่ทีมชาติออสเตรเลียก็ตาม แต่ก็ไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จเท่ากัปอดีตกัปตันทีมชาติเกาหลีใต้อย่างแน่นอน เพราะแทบจะไม่เคยมีนักเตะเอเชียคนไหนที่ได้ค้าแข้งในทีมระดับชั้นนำของยุโรปอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาก่อน ซึ่งพาร์ค จีซอง ได้อยู่ค้าแข้งกับทีมนี้ถึง 7 ฤดูกาลเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้ถึงแม้ว่าเขาจะแขวนสตั๊ดไปแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน แต่ตอนนี้ในวัย 37 ปีเขายังได้เป็นฑูตของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกด้วย ซึ่งถือว่าเขาได้รับเกียรติจากสโมสรเป็นอย่างมาก และในช่วงระยะต่อจากนี้ไปอีกซัก 10-20 ปี ก็ยังไม่น่าจะมีนักเตะจากเอเชียคนไหนที่จะประสบความสำเร็จได้เท่ากับเขาอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าตอนนี้เกาหลีใต้จะมีนักเตะที่ชื่อซอน ฮองมิน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่ากองหน้าอย่างเขาจะทำประตูได้มากกว่าพาร์ค จีซอง แต่ผลงานโดยรวมแล้วยังคงเป็นรอง และต้องพิสูจน์ตัวเอองอีกซักระยะหนึ่ง

Published by